อิตาลี : Qual è il tuo sogno? [เวนิส]
posted on 01 Aug 2011 20:46 by nase-zii in Italyสำหรับคนที่เข้ามาครั้งแรกหรือไม่รู้จักผมมาก่อน ขอแนะนำให้กดเพจอะเบ้าท์และย้อนรอยเอนทรี่ที่ด้านบนเลยฮะ >w<
*******************************************************
อเล็กเซย์บอกผมว่า
"อยากทำได้อย่างที่ฝันจังแฮะ"
เขาพูดขึ้นกับผม ในขณะที่เรากำลังเดินเล่นริมนํ้าหลังจากออกมาจากมหาลัย
ทั้งๆที่ทางมาห้องผมมันจะอ้อมกว่าทางไปที่พักของเขา แต่อเล็กซ์ก็ยังคงดันทุรังที่จะมาส่งผมเสียให้ได้
อเล็กซ์บอกว่า
ในตอนเด็ก ฉันอยากเป็นนักบินอวกาศ
อเล็กซ์พูด พร้อมทำท่าทางประกอบบินไปมาเหมือนเด็กๆ
พอโตขึ้นมาอีกหน่อย ฉันอยากเป็นเจ้าของร้านอาหาร
อเล็กซ์ว่าอยากรับกิจการของครอบครัว แม่ของเขาเปิดร้านอาหารอิตาเลี่ยนในโรม ส่วนพ่อของเขามีไร่สวนองุ่นอยู่ที่แคว้นพีเอมอนเต
ฉันอยากสืบทอดกิจการของครอบครัวนะ แต่ที่แย่คือตอนนั้นฉันทำไม่ได้แม้แต่ออมเล็ตเนี่ยสิ
อเล็กซ์พูดไปพลาง หัวเราะไปพลาง
ทั้งๆที่ทางมาห้องผมมันจะอ้อมกว่าทางไปที่พักของเขา แต่อเล็กซ์ก็ยังคงดันทุรังที่จะมาส่งผมเสียให้ได้
อเล็กซ์บอกว่า
ในตอนเด็ก ฉันอยากเป็นนักบินอวกาศ
อเล็กซ์พูด พร้อมทำท่าทางประกอบบินไปมาเหมือนเด็กๆ
พอโตขึ้นมาอีกหน่อย ฉันอยากเป็นเจ้าของร้านอาหาร
อเล็กซ์ว่าอยากรับกิจการของครอบครัว แม่ของเขาเปิดร้านอาหารอิตาเลี่ยนในโรม ส่วนพ่อของเขามีไร่สวนองุ่นอยู่ที่แคว้นพีเอมอนเต
ฉันอยากสืบทอดกิจการของครอบครัวนะ แต่ที่แย่คือตอนนั้นฉันทำไม่ได้แม้แต่ออมเล็ตเนี่ยสิ
อเล็กซ์พูดไปพลาง หัวเราะไปพลาง
พออายุได้ 14 ฉันก็อยากทำกิจการของพ่อ
พ่อปลูกไร่องุ่น ที่นั่นมีนงานเยอะแยะดูแล ส่วนพ่ออยู่กับแม่ในโรม ดูแลฉันกับน้องชายน้องสาว
พ่อเป็นฮีโร่ของฉันเชียวล่ะ
แต่พอผ่านไปได้ไม่เท่าไหร่
ฉันก็ตัดสินใจได้...
พ่อปลูกไร่องุ่น ที่นั่นมีนงานเยอะแยะดูแล ส่วนพ่ออยู่กับแม่ในโรม ดูแลฉันกับน้องชายน้องสาว
พ่อเป็นฮีโร่ของฉันเชียวล่ะ
แต่พอผ่านไปได้ไม่เท่าไหร่
ฉันก็ตัดสินใจได้...
อเล็กซ์ทิ้งท้ายแล้วหันมายิ้มเผล่ใส่ผม
"ฉันจะฮุบกิจการทั้งสองอย่างไว้คนเดียว!!"
อเล็กซ์หัวเราะออกมาให้ลั่นผมเลยถามกลับไปว่า
"ใจคอจะไม่เหลือให้น้องเลยหรือไง?"
คราวนี้อเล็กเซย์เงียบลง แล้วหันมามองหน้าผมยิ้มๆ
"ก็เพราะพวกนั้นเป็นน้อง ฉันถึงอยากเป็นคนดูแล แล้วให้พวกนั้นสุขสบายกว่ายังไงล่ะ"
"เจ้าเด็กสองคนนั่นมันมีความฝันของมันเอง"
"เจ้าเด็กสองคนนั่นมันมีความฝันของมันเอง"
อเล็กซ์ว่า
"น้องชายฉนอยากเป็นทหาร ส่วนน้องสาวอยากเรียนฟู๊ดไซน์"
"อีกอย่างหนึ่งนะ...ฉันเองก็อยากเห็นว่าเจ้าพวกนั้นประสบความสำเร็จด้วยนั่นแหละ"
"อีกอย่างหนึ่งนะ...ฉันเองก็อยากเห็นว่าเจ้าพวกนั้นประสบความสำเร็จด้วยนั่นแหละ"
แล้วอเล็กเซย์ก็หัวเราะอีกครั้ง
"เพราะฝันมากเกินไปแบบนี้นั่นแหละเลยไม่รู้ว่าจะทำได้อย่างที่คิดหรือเปล่า"
"แต่มันก็น่าลุ้นออกเนอะที่มันสำเร็จรอดไปได้ทุกอย่างหรือเปล่า"
อเล็กซ์หันมาทางผมแล้วถาม
"แต่มันก็น่าลุ้นออกเนอะที่มันสำเร็จรอดไปได้ทุกอย่างหรือเปล่า"
อเล็กซ์หันมาทางผมแล้วถาม
"แล้วเนสล่ะ?"
นั่นสิ...
ผมเองก็เคยถามตัวเองอยู่เหมือนกัน...
ผมเองก็เคยถามตัวเองอยู่เหมือนกัน...
พอผมยักไหล่ไปแกนๆ อเล็กซ์ก็ช่วยคิดจริงๆจังๆ
"ตอนเด็กๆเนสอยากเป็นอะไร??"
ไม่รู้สิ
"แล้วตอนเรียนล่ะ? เนสเลือกเรียนวิชาไหน??"
ไม่รู้เหมือนกัน...
ที่เลือก ก็เพราะที่บ้านสนับสนุน ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่านั้น ชอบไม่ชอบไม่สำคัญ สำคัญอยู่แค่ว่า -ตั้งใจหรือเปล่า- เท่านั้นเอง
"ตอนที่เนสเข้ามหาลัย?"
ไม่รู้อีกนั่นแหละ...
ก็ตอนเอนท์ติดก็ไม่ได้เอา แอดมิดชันได้อะไรก็ไม่ได้เอา เพราะพ่อบอกว่า -ไปเรียนบริหาร เอแบคแล้วกันนะ- แค่นั้น
"เนสชอบวาดรูป ทำไมไม่เลือกสถาปัตย์ล่ะ?"
ก็ไม่รู้
แค่คิดว่าเรื่องชอบกับเรื่องงาน มันเอามาเทียบกันไม่ได้
"เนสชอบฟิสิกส์ชอบคำนวณนี่นา? สายวิศวกรรมล่ะ? เห็นเคยบอกว่าสนใจทางปิโตเลียม"
เปล่า
อันนั้นแค่สนใจเฉยๆ... ฟิสิกส์ก็แค่เรียนได้ ไม่ถึงกับชอบ แต่ก็ไม่ได้เกลียด
"เนสเคยบอกว่าติดแพทย์นี่นา? ทางนั้นยังไงๆก็มีงานตายตัว ทางนี้ซะอีกที่จะขึ้นๆลงๆไปตามเศรษฐกิจ"
ก็บอกแล้ว...ที่บ้านอยากให้ทำงานด้านนี้ ต้องเรียนด้านนี้ จะได้ทำกับที่บ้านได้
อเล็กเซย์จับให้ผมมองหน้าเขาตรงๆอีกครั้งแล้วถามประโยคที่ทำให้ผมชะงัก
"แล้วตอนเรียนล่ะ? เนสเลือกเรียนวิชาไหน??"
ไม่รู้เหมือนกัน...
ที่เลือก ก็เพราะที่บ้านสนับสนุน ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่านั้น ชอบไม่ชอบไม่สำคัญ สำคัญอยู่แค่ว่า -ตั้งใจหรือเปล่า- เท่านั้นเอง
"ตอนที่เนสเข้ามหาลัย?"
ไม่รู้อีกนั่นแหละ...
ก็ตอนเอนท์ติดก็ไม่ได้เอา แอดมิดชันได้อะไรก็ไม่ได้เอา เพราะพ่อบอกว่า -ไปเรียนบริหาร เอแบคแล้วกันนะ- แค่นั้น
"เนสชอบวาดรูป ทำไมไม่เลือกสถาปัตย์ล่ะ?"
ก็ไม่รู้
แค่คิดว่าเรื่องชอบกับเรื่องงาน มันเอามาเทียบกันไม่ได้
"เนสชอบฟิสิกส์ชอบคำนวณนี่นา? สายวิศวกรรมล่ะ? เห็นเคยบอกว่าสนใจทางปิโตเลียม"
เปล่า
อันนั้นแค่สนใจเฉยๆ... ฟิสิกส์ก็แค่เรียนได้ ไม่ถึงกับชอบ แต่ก็ไม่ได้เกลียด
"เนสเคยบอกว่าติดแพทย์นี่นา? ทางนั้นยังไงๆก็มีงานตายตัว ทางนี้ซะอีกที่จะขึ้นๆลงๆไปตามเศรษฐกิจ"
ก็บอกแล้ว...ที่บ้านอยากให้ทำงานด้านนี้ ต้องเรียนด้านนี้ จะได้ทำกับที่บ้านได้
อเล็กเซย์จับให้ผมมองหน้าเขาตรงๆอีกครั้งแล้วถามประโยคที่ทำให้ผมชะงัก
"ตอบตามจริง เนส-รัก-งานที่ทำอยู่ตอนนี้หรือเปล่า?"
ผมไม่ได้ตอบอะไรออกไป
ผมรู้อยู่แก่ใจว่าไม่ได้รัก ไม่ได้เกลียด บางทีมันก็สนุก แต่บางทีมันก็น่าปวดหัว
หลายครั้งที่เหนื่อยใจ อีกหลายครั้งที่หนักใจ
แต่ที่ทิ้งไม่ได้เพราะฑิฐิ ศักดิ์ศรี และหน้าที่มันคํ้าคอ
ผมไม่ได้ตอบอะไรออกไป
ผมรู้อยู่แก่ใจว่าไม่ได้รัก ไม่ได้เกลียด บางทีมันก็สนุก แต่บางทีมันก็น่าปวดหัว
หลายครั้งที่เหนื่อยใจ อีกหลายครั้งที่หนักใจ
แต่ที่ทิ้งไม่ได้เพราะฑิฐิ ศักดิ์ศรี และหน้าที่มันคํ้าคอ
อเล็กเซย์เงียบหายไปอีกครู่ ก่อนจะถามผมปนหัวเราะว่า
"ตอนเด็กๆเนสเคยฝันอยากเป็นอะไร"
...ไม่รู้...
"พอโตขึ้นมาเนสอยากได้อะไร"
...ไม่รู้....
"ตอนนี้เนสฝันอยากเป็นอะไร? อยากได้อะไร? อยากเห็นอะไร?"
...ไม่รู้...
"งั้นผมจะตอบแทนให้เนสเอง"
อเล็กซ์พูด แล้วยิ้มกว้าง
"ตอนนี้ เนสเห็นผม อเล็กเซย์ อยู่ตรงหน้า"
"อดีต เนสก็เห็นผม อเล็กเซย์ ชวนเนสคุยมาตลอดทาง"
"อนาคต เนสก็จะเห็นผม อเล็กเซย์ จะอยู่ข้างๆช่วยเนสคิดว่าความฝันของเนสคืออะไร"
อเล็กเซย์ลูบหัวผมแล้วยิ้มหยอกล้อเล่นสนุกสนาน
"แล้วตอนนี้ เนสรู้หรือยังครับ ว่าเนสฝันอยากจะเป็นอะไร ได้อะไร เห็นอะไร?"
ผมก็ได้แต่ยิ้ม แล้วตอบไปคำเดิม
อเล็กซ์พูด แล้วยิ้มกว้าง
"ตอนนี้ เนสเห็นผม อเล็กเซย์ อยู่ตรงหน้า"
"อดีต เนสก็เห็นผม อเล็กเซย์ ชวนเนสคุยมาตลอดทาง"
"อนาคต เนสก็จะเห็นผม อเล็กเซย์ จะอยู่ข้างๆช่วยเนสคิดว่าความฝันของเนสคืออะไร"
อเล็กเซย์ลูบหัวผมแล้วยิ้มหยอกล้อเล่นสนุกสนาน
"แล้วตอนนี้ เนสรู้หรือยังครับ ว่าเนสฝันอยากจะเป็นอะไร ได้อะไร เห็นอะไร?"
ผมก็ได้แต่ยิ้ม แล้วตอบไปคำเดิม
"ไม่รู้สิ"
เพราะการคุยกับอเล็กเซย์ ทำให้ผมรู้ว่า ตัวผมเองบกพร่องตรงไหน ขาดอะไร ทำไมบางครั้งผมถึงรู้สึกโหวงๆกับอะไรก็แล้วแต่ที่ตัวเองทำอยู่
-เพราะผมขาดความฝัน-
มันเป็นเรื่องน่าแปลกที่ว่า แค่ความฝัน แต่มันเหมือนกับจะทำให้ขาดหายไปได้ทั้งชีวิต
มันน่าแปลกตรงที่ แค่ความฝัน แต่มันกลับมาเติมความหวังทั้งหมดได้จนล้นปรี่
แล้วมันก็น่าแปลก...ที่คนๆเดียวที่เข้าใจ จะสามารถทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองขาดอะไรไป
"ก็ดีนะ"
เพราะการคุยกับอเล็กเซย์ ทำให้ผมรู้ว่า ตัวผมเองบกพร่องตรงไหน ขาดอะไร ทำไมบางครั้งผมถึงรู้สึกโหวงๆกับอะไรก็แล้วแต่ที่ตัวเองทำอยู่
-เพราะผมขาดความฝัน-
มันเป็นเรื่องน่าแปลกที่ว่า แค่ความฝัน แต่มันเหมือนกับจะทำให้ขาดหายไปได้ทั้งชีวิต
มันน่าแปลกตรงที่ แค่ความฝัน แต่มันกลับมาเติมความหวังทั้งหมดได้จนล้นปรี่
แล้วมันก็น่าแปลก...ที่คนๆเดียวที่เข้าใจ จะสามารถทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองขาดอะไรไป
"ก็ดีนะ"
อเล็กเซย์โพล่งขึ้นมาฉับพลันทันใด ผมได้แต่จ้องเขางงๆ บอกตามตรงว่ากับเจ้าเด็กนี่ ถึงจะรู้จักมาร่วมปีแต่ผมก็แทบไม่รู้เลยว่ามันใช้อะไรคิดระหว่างเบรนกับเซลลูไลท์...
อ้อ..ลืมไปว่าอเล็กเซย์คนดีมันมีแต่กล้าม...ปราศจากไขมันส่วนเกิน...
อ้อ..ลืมไปว่าอเล็กเซย์คนดีมันมีแต่กล้าม...ปราศจากไขมันส่วนเกิน...
"ก็ที่เนสไม่รู้จักมีความคิดดีเลิศประเสริฐศรีสรรหาความฝันมานั่งคิดนอนคิดเล่นไง"
ผมชักยัวะ เลยกระชากเสียงถามกลับไปว่ามันดียังไง?
อเล็กเซย์มองผมตาปริบๆก่อนจะหัวเราะลั่น ตบบ่าผมพลั่กๆแล้วให้คลามดาวน์ลง
อเล็กเซย์มองผมตาปริบๆก่อนจะหัวเราะลั่น ตบบ่าผมพลั่กๆแล้วให้คลามดาวน์ลง
"ก็มันดีตรงที่ว่า..."
อเล็กเซย์ยิ้มกว้าง
"เพราะถ้าเนสรู้ตั้งแต่แรก เนสก็จะไม่มีทางมาที่นี่"
"ถ้าเนสรู้ตั้งแต่แรก เราก็จะไม่ได้เจอกัน"
"และถ้าเนสรู้ตั้งแต่แรก ผมก็จะไม่มีวันได้หลงรักคุณ"
"เพราะฉะนั้น ในเมื่อเนสไม่รู้ ผมก็จะช่วยเนสคิดเอง"
"แล้วผมจะได้เป็นคนนึง ที่จะอยู่กับเนสทั้งในความฝัน แล้วก็ที่นี่ ตรงนี้ไง"
อเล็กเซย์จูบหน้าผากผมแรงๆ แล้วหัวเราะวิ่งหนีไป
ผมด้แต่ยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น จะอาละวาดก็ไม่ได้ คนมาเยอะ อายเป็นเหมือนกัน
แต่ถ้าถามผมตอนนี้ว่าผมฝันถึงอะไร?
ผมก็คงจะตอบได้ในทันทีเหมือนกัน
"ไม่รู้สิครับ"
ทุกวันนี้...อเล็กเซย์ก็ยังคงวิ่งเข้ามาในห้องผมตึงตังทั้งๆยังไม่ถอดรองเท้าพร้อมเสียงเอ็ดตะโลลั่นห้อง จนแมวผม คุณนายศรีนวล ได้แต่ขู่ฟอดๆใส่ทุกครั้งไป
"เนสครับ!! คิดออกหรือยังว่าอยากเป็นอะไร??"
"ไม่รู้สินะ"
"ไม่รู้สินะ"
ปล.อย่าเพิ่งถามถึงรายงาน...ตอนนี้เนสหนีความจริงอยู่ครับ...
Tags: diary, ความฝัน, จนบัดนี้ก็ยังไม่รู้อยู่ดี, อิตาลี, เนสหล่อ, เรอะ, เล็กซ์บ้า, เวนิส13 Comments
((อึ้งในความยอดเยี่ยม))


แต่อ่านไปแล้วจี้ใจดำเหมือนกัน ...ความฝันคืออะไรไม่รู้สิ
ไม่รู้เหมือนกันค่ะ
#1 By Black-Powder on 2011-08-01 21:12